การเริ่มแบรนด์กับผู้ให้บริการ รับผลิตครีม OEM หรือ ODM จะเดินหน้าได้เร็วขึ้นเมื่อเจ้าของแบรนด์เตรียมโจทย์ธุรกิจมาชัดเจน ไม่จำเป็นต้องมีสูตรสำเร็จตั้งแต่วันแรก แต่ควรรู้ว่าจะขายให้ใคร สินค้าแก้ปัญหาอะไร และงบประมาณรวมที่รับได้

1. กำหนดลูกค้าและตำแหน่งสินค้า
คำว่า “ครีมบำรุง” กว้างเกินไปสำหรับเริ่มพัฒนา ให้ระบุช่วงอายุ พฤติกรรม ปัญหาที่ลูกค้าพูดถึง เนื้อสัมผัสที่ชอบ และราคาที่ตัดสินใจซื้อได้ ข้อมูลนี้ช่วยให้ทีมพัฒนาประเมินแนวสูตรและบรรจุภัณฑ์ได้สอดคล้องกัน
2. แยกสิ่งที่ต้องมีออกจากสิ่งที่อยากมี
ทำสองรายการ ได้แก่คุณสมบัติที่ขาดไม่ได้ และคุณสมบัติที่ปรับได้หากกระทบต้นทุนหรือเวลา เช่น ต้องการเนื้อบางเบาเป็นข้อหลัก ส่วนกลิ่นหรือสีอาจเป็นตัวเลือก วิธีนี้ลดรอบแก้ตัวอย่างที่เกิดจากการเปลี่ยนโจทย์ระหว่างทาง
3. วางงบประมาณแบบรวม
ต้นทุนไม่ได้มีเฉพาะเนื้อผลิตภัณฑ์ ให้รวมค่าพัฒนาหรือทดสอบ บรรจุภัณฑ์ ฉลาก กล่อง งานออกแบบ ค่าจดแจ้ง ค่าขนส่ง ของตัวอย่าง และงบการตลาด คำนวณจากราคาขายย้อนกลับเพื่อดูว่าต้นทุนต่อชิ้นที่รับได้จริงคือเท่าไร
4. เลือกแนวทางพัฒนาที่เหมาะ
- เริ่มจากเบสหรือสูตรมาตรฐาน: เหมาะกับการทดสอบตลาดและต้องการเวลาเริ่มต้นสั้น
- ปรับจากสูตรที่มี: เปลี่ยนเนื้อ กลิ่น หรือองค์ประกอบบางส่วนภายใต้ข้อจำกัดของระบบสูตร
- พัฒนาสูตรเฉพาะ: เหมาะกับแบรนด์ที่มีโจทย์ชัดและพร้อมลงทุนเวลาในการทดลองและทดสอบ
5. บรรจุภัณฑ์ต้องทดสอบกับสูตร
เลือกกระปุก หลอด หรือปั๊มตามความหนืด วิธีใช้ และภาพลักษณ์ ขอชิ้นตัวอย่างมาทดสอบการกดจ่าย การรั่ว และความเข้ากันได้กับเนื้อจริงก่อนสั่งจำนวนมาก ดูแนวทางเพิ่มเติมในหมวด บรรจุภัณฑ์
6. การทดสอบและการจดแจ้ง
วางแผนความคงตัว คุณภาพจุลินทรีย์ และข้อมูลสนับสนุนข้อความโฆษณาตามประเภทสินค้า กระบวนการจดแจ้งและข้อกำหนดสถานที่มีรายละเอียดที่ควรตรวจจากแหล่งทางการล่าสุดของ กองควบคุมเครื่องสำอาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และหารือกับผู้รับผิดชอบก่อนผลิตเพื่อขาย
7. เตรียมแผนหลังสินค้าเสร็จ
กำหนดภาพถ่าย เนื้อหาหน้าสินค้า ช่องทางรับออเดอร์ สต็อกสำรอง และเกณฑ์สั่งผลิตซ้ำ อย่ารอให้ของมาถึงแล้วจึงเริ่มวางระบบ เพราะเวลาทำสื่อและเปิดช่องทางขายอาจนานกว่าที่คาด
ดูรายละเอียดบริการได้ที่ รับผลิต OEM/ODM หรือส่ง brief เบื้องต้นมาที่ LINE : @rama2chemi เพื่อเริ่มคุยจากเป้าหมายและงบประมาณของแบรนด์



